www.bigfuns.comMemberLinksAbout UsContact Us

 

 

 

 

เบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง MAX PAYNE แม็กซ์ เพย์น คนมหากาฬถอนรากทรชน

 “หนังเรื่องนี้ไม่ได้ชื่อ เจ็บนิดหน่อย (‘Minimum Payne’) หรือแค่เบาะ ๆ (‘Medium Payne’) แต่เป็น เจ็บสุดขั้ว (‘Max Payne’) นะครับ” ผู้กำกับจอห์น มัวร์ (John Moore) สรุปสั้น ๆ แต่ชัดเจนว่าภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเขา ซึ่งมัวร์ให้คำจำกัดความว่า เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นลุ้นระทึกนีโอ นัวร์ (neo noir action-thriller) ที่ผสมผสานความสมจริงกับจินตนาการเข้ากันอย่างลงตัว มัวร์ยังมีพรสวรรค์ในการรังสรรค์งานด้านภาพที่ถนัดแนวที่สุด การใช้กล้องถ่ายให้ได้ภาพที่เล่าผ่านมุมมองของคนในเหตุการณ์ช่วยดึงผู้ชมเข้าสู่โลกของแม็กซ์และเห็นในสิ่งที่แม็กซ์รับรู้เหมือนสัมผัสอยู่ด้วยตัวเอง ทั้งยังใช้เทคนิคด้านภาพของกล้องสโลว์โมชั่นรุ่นล่าสุดที่จะทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนได้เคลื่อนที่ไปพร้อมกับแม็กซ์ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นบู๊เลือดเดือด, ตื่นตระหนกใจเต้นระรัว, ลึกลับสุดขีด, กระตุกขวัญจนสะดุ้ง, หรือจะตื่นตาไปกับภาพในจินตนาการเหนือจริงด้วย

 

กว่ามัวร์จะผลักดันให้สิ่งละอันพันละน้อยออกมาสุดลิ่มทิ่มประตูเป็นภาพยนตร์จอใหญ่ได้ขนาดนี้ ความเป็นมาต้องย้อนกลับไปถึงปี 20001 ตอนที่วิดีโอเกมส์ Max Payne วางแผงบนโลกใบนี้เป็นครั้งแรก ตามมาด้วย Max Payne 2: The Fall of Max Payne ในปี 2003 ที่ทั้งนักวิจารณ์และแฟนวิดีโอเกมส์ต่างยกย่องการออกแบบลีลาท่าทางในเกมที่ทำออกมาได้ทันสมัยและรูปแบบของเกมที่ให้ความรู้สึกราวกับชมภาพยนตร์ ฉากต่าง ๆ ก็ดูทึมทึบแต่แหวกแนว นี่ยังไม่รวมฉากการดวลปืนแบบสโลว์โมชั่นที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนกำลังอ่านนิยายภาพแอ็คชั่นที่ได้รับอิทธิพลจากงานแนวฟิลม์นัวร์เข้าเต็ม ๆ แม้จะมีเกมไม่มากที่ประสบความสำเร็จเมื่อถูกนำมาดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์ แต่นายตำรวจเลือดเดือด สวมวิญญาณคนมหากาฬถอนรากทรชน ออกตามคิดบัญชีแค้นที่เป็นเรื่องราวของเกมนี้ดูเหมือนจะถูกฟ้าลิขิตมาเพื่อสร้างเป็นภาพยนตร์อยู่ตั้งแต่แรกแล้ว

 

จูลี่ ยอร์น (Julie Yorn) ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์กล่าวว่า “คนที่พัฒนาวิดีโอเกมส์ Max Payne นี่เป็นแฟนหนังพันธุ์แท้ เห็นได้ชัดเลยว่าทั้งรายละเอียดตัวละครและบทสนทนาล้วนได้รับอิทธิพลจากหนังแนวนัวร์ เต็ม ๆ ซึ่งทำให้วิดีโอเกมส์นี้เหนือชั้นกว่าวิดีโอเกมส์บ้าน ๆ ที่มีอยู่เต็มท้องตลาด”

แต่คณะผู้สร้างภาพยนตร์กลับต้องเจอกับความท้าทายในการถ่ายทอด วิดีโอเกมส์ Max Payne ขึ้นสู่จอภาพยนตร์ “คุณอาจจะคิดว่าถ้ามีเรื่องราวที่ชัดเจนและภูมิหลังที่ครบถ้วนจากเกมแบบนี้แล้วจะดัดแปลงมาสร้างเป็นหนังได้ง่าย ๆ” ยอร์นกล่าว “แต่พอมาสัมผัสจริง ๆ คุณถึงตระหนักว่า จะต้องหาทางทำให้ตัวหนังน่ะ แตกต่างและโดดเด่นจากตัวเกมส์ แต่ยังต้องรักษาสไตล์และจิตวิญญาณของเกมส์ไว้ให้ได้ด้วย”

คณะผู้สร้างภาพยนตร์และทางผู้บริหารค่ายพิจารณาบทภาพยนตร์ที่ถูกเสนอเข้ามานับร้อย กว่าจะเจอผลงานที่ทุกอย่างสอดประสานกันอย่างลงตัวสุด ๆ ของโบ ธอร์น (Beau Thorne) นักเขียนบทหน้าใหม่ “โบมีวิธีที่จะสอดแทรกรายละเอียดมากมายลงไปในหนังเรื่องนี้” ยอร์นอธิบาย “งานของเขาไม่เพียงแต่จะแสดงความซับซ้อนทางอารมณ์ของตัวละครหลักเท่านั้น แต่ยังสร้างสรรค์โลกแห่งภาพมายาและความลึกลับ - แนวพลังเหนือธรรมชาติที่ไม่เคยมีใครเคยคิดได้มาก่อน - เข้ามาในหนังเรื่องนี้”

องค์ประกอบหนึ่งที่ธอร์นเพิ่มเข้ามาในเรื่องคือ ปิศาจติดปีก ซึ่งคอยตามข่มขวัญแม็กซ์ และดึงคนอื่น ๆ เข้าสู่ชะตากรรมที่เลวร้ายเกินกว่าจินตนาการจะหยั่งถึง นอร์ส (Norse) หรือปิศาจจากตำนานแห่งสแกนดิเนเวียชื่อ “วัลคีรี่” (Valkyrie) มีริมฝีปากยิ้มแสยะ, เขี้ยวบิดเบี้ยว, และมีนัยน์ตาสีแดงเพลิงลุกโชนชวนสยองตนนี้เป็นเงื่อนงำสำคัญสำหรับแม็กซ์ในการติดตามไล่ล่าผู้ที่ฆ่าครอบครัวของเขา  เราจะได้เห็นเจ้าปีศาจ หรือไม่ก็ผลงานสยองของมันออกสร้างความพรั่นพรึงตลอดทั้งเรื่อง จะได้ยินเสียงกระพือปีกดังกึกก้องและเห็นปีกคู่นั้นแวบหนึ่งก่อนที่มันจะหายไปในความมืด ปิศาจติดปีกเปรียบดังสัญลักษณ์และคณะผู้สร้างภาพยนตร์ยังเติมองค์ประกอบด้านภาพเข้าไปเสริมบุคลิกของวัลคีรี่ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาพศิลปะพ่นด้วยสีสเปรย์ (Graffiti) บนผนังเป็นรูปตัวอักษรวี (“V”) สอกแทรกให้ผู้ชมได้เห็นกันทั้งเรื่อง หรือรอยสักรูปปีกที่อยู่บนตัวละครหลัก ๆ ด้วย

ธอร์นอาศัยแนวคิดจากวิดีโอเกมส์ รวมทั้งการตัดจากฉากหนึ่งไปยังอีกฉากหนึ่ง, และบทสนทนาต่าง ๆ เป็นจุดเริ่มต้นในการเขียนบทภาพยนตร์ “เกมส์เองก็เป็นหนังอยู่ในตัวที่กว่าจะเอาชนะได้ก็ต้องเล่นกันราว ๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง มันจึงมีองค์ประกอบและข้อมูลมากมายที่นำไปดัดแปลงเป็นหนังได้เลย” ธอร์นสาธยาย “ผมพยายามศึกษาเกมส์นี้ทุกเม็ด แล้วพยายามทำให้มันง่ายและรื่นไหล จะยากก็ตรงที่ต้องรักษาแบบฉบับดั้งเดิมไว้แยะมาก ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเพิ่มความตื่นเต้นเข้าไปชนิดที่จะทำให้คนดูต้องลุ้นสุดตัวด้วย”

ในขณะที่ธอร์นกำลังเกลาบทภาพยนตร์อยู่นั้น ทางค่ายผู้สร้างภาพยนตร์ก็ทาบทาม จอห์น มัวร์ (John Moore) ผู้กำกับที่ขึ้นชื่อเรื่องการสร้างผลงานภาพยนตร์ที่มีเอกลักษณ์ด้านภาพโดดเด่นสามเรื่องก่อนหน้านี้ให้มานั่งแท่นกำกับ มัวร์จึงมีโอกาสร่วมงานกับ ธอร์น และคณะผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่อง MAX PAYNE แม็กซ์ เพย์น คนมหากาฬถอนรากทรชน อย่างใกล้ชิด

 

มัวร์เปรียบการดัดแปลงวิดีโอเกมส์เป็นภาพยนตร์ว่า เป็นการพยายามปลุกปล้ำกับคนเล่นเกมส์โดยขอให้พวกเขานั่งดูอยู่เฉย ๆ แล้วปล่อยให้คณะผู้สร้างภาพยนตร์ละเลงสีสันแทน องค์ประกอบที่สำคัญในการสร้างภาพยนตร์เรื่อง MAX PAYNE แม็กซ์ เพย์น คนมหากาฬถอนรากทรชน คือ การถ่ายภาพจากมุมกล้องที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้สัมผัสกับประสบการณ์ตรงเช่นเดียวกับตัวละครต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ ตามท้องเรื่อง “คุณควรป้อนให้ผู้ชมได้ตื่นเต้นและสาแก่ใจสุด ๆ เราก็เลยใช้มุมกล้องชนิดแม็กซ์เจออะไร ผู้ชมก็เห็นไปพร้อม ๆ กันเลยนี่ล่ะ คุณจะได้เห็นฉากบู๊แบบจะ ๆ และทำให้คนดูรู้สึกว่า พวกเขาตัวเองคือ แม็กซ์ เพย์น เลยล่ะ” มัวร์กล่าว

 

เพื่อเพิ่มความเข้มข้นและสไตล์ในฉากแอ็คชั่น มัวร์ใช้กล้อง Phantom ที่สามารถถ่ายภาพสโลว์โมชั่นแบบช้าพิเศษหรือที่เรียกว่า “ภาพลูกกระสุนวิ่ง” “ที่จริงแล้วมันเป็นกล้องพร้อมดิจิตอลฮาร์ดไดรฟ์ที่สามารถถ่ายหนังได้ด้วยจำนวนเฟรมที่สูงถึง 1,000 เฟรมต่อวินาที” มัวร์อธิบาย “ผมไม่อยากได้แค่ฉากบู๊สโลว์โมชั่นสวย ๆ แบบจอห์น วู (John Woo) หรือพี่น้องวอชอว์สกี้ (Wachowski brothers) อย่างใน The Matrix เท่านั้นไง พวกเราจึงอาศัยระบบนี้เสริมเทคนิคใหม่ ๆ เข้าไปช่วยให้ผลงานของเราตื่นเต้นขึ้นอีกแยะ ดูแล้วมีทึ่งแน่”

สไตล์การถ่ายภาพของมัวร์ที่ล้ำสมัย และบางครั้งอาจทำให้คุณถึงกับตะลึง ช่วยเสริมภาพให้อลังการ ทั้งเรื่องการล้างแค้น, เรื่องราวเหนือธรรมชาติชวนพิศวง, และความลึกลับที่ทำให้ผู้ชมคาดเดาไม่ถูก ในขณะเดียวกันมัวร์ยืนยันว่าภาพยนตร์ของเขาสมจริงถึงอารมณ์ทุกเม็ด เพราะแม็กซ์มุ่งมั่นตามล้างแค้นคนที่ฆ่าลูกเมียของเขา ความเจ็บปวดจากการสูญเสียจึงเป็นตัวชี้นำชีวิตและการเดินทางของเขาอย่างแท้จริง

 

เมื่อคณะผู้สร้างภาพยนตร์ตั้งใจให้ปวดร้าวแสนสาหัสขนาดนั้น นักแสดงที่รับบทแม็กซ์จึงต้องแสดงให้ผู้ชมสัมผัสได้ถึงอารมณ์ความรู้สึกอย่างเต็มที่ ซึ่งก็เหมาะกับมาร์ค วอห์ลเบิร์ก (Mark Wahlberg) เป็นที่สุด “มาร์คตีบทแตกกระจุย” ยอร์นกล่าว “เขาเป็นนักแสดงหนุ่มที่ดูดีและจริงเอาจังกับบทบาทที่ได้รับ แล้วก็ยังเป็นคุณพ่อที่รักครอบครัวมาก ซึ่งเข้าถึงจิตใจที่เต็มไปด้วยความทุกข์ของแม็กซ์ได้อย่างลึกซึ้ง” 

         “บทแบบนี้ใครก็แสดงได้ไม่เท่าเขาแน่ ๆ” มัวร์กล่าวยกย่องความสามารถของวอห์ลเบิร์ก “มาร์คลงตัวกับบทนี้ที่สุด ทั้งลีลาท่าทางและรูปลักษณ์หน้าตา เขาเหมาะกับบทนี้อย่างไร้ที่ติ”

 

วอห์ลเบิร์ก เข้ากล้องนำแสดงใน MAX PAYNE แม็กซ์ เพย์น คนมหากาฬถอนรากทรชน แทบจะทันทีหลังจากรับบทดราม่าหนัก ๆ ใน The Happening วิบัติการณ์สยองโลก และ The Lovely Bones การหวนมาสวมวิญญาณบทแอ็คชั่นแนวถนัดจึงทำให้เขามีความสุขมาก “จอห์น มัวร์ (John Moore) เปิดโอกาสให้ผม แสดงทั้งแอ็คชั่นและเค้นอารมณ์อย่างเต็มที่” วอห์ลเบิร์กกล่าว “เขาใจกว้างสุด ๆ เลย”

“ผมชอบบทแอ็คชั่น พอได้กลับมาเล่นหนังแอ็คชั่นฟอร์มใหญ่อีกครั้งก็รู้สึกดีมา ๆ เพราะผมจะได้อัดคนอื่นอีกแล้วไง” เขากล่าวพร้อมกับหัวเราะ “ภาพยนตร์เรื่อง MAX PAYNE แม็กซ์ เพย์น คนมหากาฬถอนรากทรชน เปิดโอกาสผมแสดงบทแอ็คชั่นที่ลึกซึ้งเหนือชั้นไปกว่า The Departed ภารกิจโหดแฝงตัวโค่นเจ้าพ่อ, Four Brothers 4 ระห่ำดับแค้น, และ Fear รัก...อำมหิต เสียอีก ถ้าพูดถึงบู๊แล้วนี่ แม็กซ์ ระห่ำกว่าตัวละครพวกนั้นเป็นสิบเท่าเลยนะ”

นอกจากแม็กซ์จะต้องแกร่งเกินคนแล้ว วอห์ลเบิร์กยังให้ความสำคัญกับการแสดงออกทางอารมณ์อันมืดหม่นด้วยเช่นกัน “แม็กซ์เป็นบทบาทที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่เคยแสดงมา” นักแสดงหนุ่มกล่าว “เขาเป็นผู้ใหญ่, ฉลาด, และซับซ้อน เขาทำทุกอย่างด้วยอารมณ์ เรารู้ว่า แม็กซ์ตอนนี้น่ะเหมือนตายทั้งเป็น ครั้งหนึ่งเขาเคยมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ ทั้งภรรยาแสนสวยและลูกน่ารัก แต่แม็กซ์ต้องสูญเสียทุกอย่าง เมื่อไม่เหลืออะไรอีกแล้วเขาก็สิ้นหวัง ไม่รู้จะอยู่บนโลกใบนี้ไปเพื่ออะไร เขาหมดหวังและสิ้นศรัทธาในมนุษยชาติไปเลย”

“คนแบบนี้ก็เล่นไม่ยากหรอก เพราะจะออกแนวพูดน้อย, หน้าเครียด, แล้วก็ลุยแหลก” เขาเสริม “แต่คงแปลกใจถ้ารู้ว่าคนแบบนี้มีซับซ้อนกว่าที่คิด แม็กซ์อารมณ์รุนแรง ซึ่งคนดูจะเข้าใจว่าทำไมเขาถึงมุ่งมั่นนัก”

มิล่า คูนิส (Mila Kunis) สวมวิญญาณเป็นโมนา แซ็ก (Mona Sax) รัสเซี่ยนสาวที่ร่วมมือกับแม็กซ์ เพย์นเพื่อแก้แค้นให้สาสมกับการจากไปของน้องสาว บทนี้ต้องใช้นักแสดงหญิงที่เล่นบทบู๊ได้ดีพอฟัดพอเหวี่ยงกับ แม็กซ์ เพย์น และน่าเชื่อถือพอตัว ซึ่งก็ไม่น่าเชื่อว่านักแสดงสาวที่ดังจาก That ‘70s Show ซีรี่ย์ตลกยอดฮิตกับ Forgetting Sarah Marshall โอย หัวใจรุ่งริ่ง โดนทิ้งครับผม ภาพยนตร์แนวเฮฮาจะคว้าบทนี้ไปครอง

“มิล่าทำเอาพวกเราตะลึง” มัวร์กล่าว “เธอไม่ใช่ตัวเลือกที่เด่นเด้ง แต่ก็เข้ากับบทโมนาเป๊ะ ทั้งเธอและมาร์คเข้าขากันได้ดี พวกเขาเป็นคู่นักบู๊ที่ไม่มีใครกินใครลง ซึ่งนั่นสำคัญกับหนังมากด้วย เราไม่อยากได้สาวที่จะเป็นแค่คนรักหรือคู่กัดของแม็กซ์ เราต้องการนักแสดงหญิงที่จะเป็นโมนาชนิดเต็มร้อย และมีเป้าหมายของเธอที่จะสื่อให้ผู้ชมเห็นได้อย่างชัดเจนด้วย ผมคิดว่ามิล่าตีบทแตกกระจุยเลยครับ”

คูนิสมองว่า บทโมนาเปิดโอกาสให้นักแสดงอย่างเธอได้ทดสอบความสามารถใหม่ ๆ “ฉันอยากแสดงหนังแอ็คชั่นมาตลอด ฉันน่ะชอบโลดโผนอยู่แล้ว” เธอกล่าวพร้อมกับหัวเราะ “โมนาทั้งเก่งฉกาจ, คล่องแคล่วปราดเปรียว, แล้วก็ไม่ยอมเป็นรองใครด้วย ฉันอยากจะบอกว่า เธอกับแม็กซ์นี่สูสีกันจริง ๆ เลยล่ะ”

คูนิสต้องผ่านการฝึกอย่างเข้มงวดสุด ๆ เพื่อให้เธอสามารถแสดงให้เห็นถึงความสามารถทางร่างกายและทักษะในการใช้อาวุธที่น่าเกรงขามของโมนาได้ ซึ่งเมื่อฝึกเสร็จคูนิสก็ทำให้ทุกคนเชื่อว่าศิลปะป้องกันตัวและการใช้อาวุธนั้นเป็นสิ่งที่เธอฝึกมาตลอดชีวิต “เหนื่อยมากค่ะ” คูนิสกล่าว “ฉันไม่เคยยิงปืนมาก่อนเลยด้วยซ้ำแล้วต้องมารับบทเป็นมือสังหาร แต่ฉันก็อยากจะบอกพวกคุณด้วยว่า เดี๋ยวนี้ฉันยิงปืนเก่งมากเลยล่ะ ฉันสนุกมากที่ต้องผ่านการฝึกเพื่อเล่นหนังเรื่องนี้ ฉันยังชกมวยแล้วก็ฝึกศิลปะป้องกันตัวนิดหน่อยด้วยนะ” 

แต่ที่คูนิสไม่ต้องฝึกเพิ่มเติมเลยก็คือการพูดภาษารัสเซีย ก็เธอโตมาจากที่นั่นและได้แสดงทักษะด้านภาษาในฉากตำหนินาตาชา (Natasha) น้องสาวเจ้าปัญหาที่รับบทโดยโอลก้า คูรีเลนโก้ (Olga Kurylenko) ซึ่งก็เป็นนักแสดงรัสเซี่ยนสาวที่อพยพมาอยู่อเมริกาอีกคนหนึ่ง คูรีเลนโก้เพิ่งร่วมแสดงกับแดเนียล เคร้ก (Daniel Craig) ใน Quantum of Solace 007 พยัคฆ์ร้ายทวงแค้นระห่ำโลก ภาคล่าสุดของเจมส์ บอนด์ (James Bond) ซึ่งคูนิสก็โตมาในเมืองใกล้ ๆ กับคูรีเลนโก้ แต่ไม่รู้จักกันจนกระทั่งมาอยู่ในกองถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง MAX PAYNE แม็กซ์ เพย์น คนมหากาฬถอนรากทรชน นี่เอง

บทนาตาชาของคูรีเลนโก้นี่เข้าข่าย สวย..ประหาร สุดคลาสสิคที่คุ้นเคยกันดี เธอรู้จักกับแม็กซ์ในงานเลี้ยงและหลงใหลแม็กซ์จนโงหัวไม่ขึ้น แต่แม็กซ์ไม่ได้ปลื้มกับความสวยและเสน่ห์เย้ายวนของเธอเลย เขาสนใจแค่ข้อมูลที่เธอจะหาให้ได้เพื่อมุ่งตามล้างแค้นของเขาต่อไป พอนาตาชาตายหลังออกจากอพาร์ทเมนต์ของแม็กซ์ไม่เท่าไหร่ เขาจึงกลายเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีฆาตกรรมไปทันที นั่นทำให้การชำระแค้นของเขายุ่งยากขึ้นอีก แต่เพราะนาตาชานี่แหละที่ดึงให้โมนาต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวกับแม็กซ์ด้วย

 

บี บี เฮนสลี่ย์ (B.B. Hensley) พยายามช่วยแม็กซ์ไขปมความลับของเครือข่ายที่น่าทึ่ง,  ลึกลับ, เต็มไปด้วยความรุนแรง, และปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติสุดสะพรึง บีบีเป็นอดีตนายตำรวจและผู้ชี้แนะแนวทาง ให้กับ แม็กซ์ ปัจจุบันเขาเป็นหัวหน้าของฝ่ายรักษาความปลอดภัยของ Aesir บริษัทเวชกรรมรายใหญ่ ซึ่งได้โบ บริดเจส (Beau Bridges) นักแสดงชายที่ขลุกอยู่ในวงการมานานกว่า 4 ทศวรรษและแสดงบทบาทที่สะท้อนความสามารถฉกาจฉกรรจ์ เขาช่วยเสริมพลังและความน่าเชื่อถือให้กับบทนี้ได้ดีเช่นเดียวกับบทก่อน ๆ ด้วย

“บีบี เฮนสลี่ย์ (B.B. Hensley) นี่มีความสำคัญมาก ซึ่งโบก็เหมาะกับบทนี้อย่างแท้จริง” มัวร์กล่าว “เขาเป็นนักแสดงที่เหลือเชื่อมาก ๆ เขาจะแสดงบทบาทที่ใครดูก็เข้าอกเข้าใจได้ในแทบจะทันที และส่วนใหญ่ก็เป็นคนที่จะทำดีเมื่อไหร่ก็ทำได้” แต่ก็เหมือนกับทุกบทในภาพยนตร์เรื่อง MAX PAYNE แม็กซ์ เพย์น คนมหากาฬถอนรากทรชน บีบีจึงมีอะไรลึก ๆ มากกว่าแค่ที่ผู้ชมจะสัมผัสได้ด้วยตาเท่านั้น มัวร์กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับความซับซ้อนของตัวละครตัวนี้ว่า “การที่เราดึงโบมารับบทบีบีได้นี่ช่วยเสริมให้เขาเป็นตัวละครที่หักมุมที่สุดในบรรดาคนซ่อนปมที่ไม่ได้เห็นในหนังกันมานานแล้ว นั่นไม่ธรรมดาเลยนะ”

บริดเจสตอบรับแสดงเป็นบีบี เฮนสลี่ย์ (B.B. Hensley) แทบจะในทันที “บีบีใส่หน้ากากอยู่ตลอดเวลา คุณจะไม่มีทางรู้เลยว่าตัวจริงของเขาเป็นใครกันแน่ ฟันธงไม่ได้ว่าเป็นคนเลวหรือคนดี แนวของหนังเรื่องนี้มันออกจะลึกลับเอามาก ๆ มีการหักมุมครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วตัวละครก็เปลี่ยนแปลงไปแบบทันทีทันใดเยอะมาก ๆ  ในฐานะนักแสดงแล้วผมต้องบอกว่า รู้สึกเยี่ยมยอดมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของหนังเรื่องนี้”

 

จิม บราวูร่า (Jim Bravura) เจ้าหน้าที่สืบสวนกิจการภายในของกรมตำรวจ ผู้เอาจริงเอาจังกับทุกสิ่งและสนใจคดีของแม็กซ์เป็นพิเศษก็เป็นอีกตัวละครหนึ่งที่จะสร้างความแปลกใจให้กับผู้ชมด้วย คริส “ลูดาคริส” บริดเจส (Chris “Ludacris” Bridges) นักร้องฮิพฮ็อพชื่อดังมารับบทนี้ “ผู้ชมจะบอกได้เลยว่า บราวูร่านี่แหละที่รู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร” บริดเจสกล่าว “เขารู้ว่า การที่แม็กซ์ทำขนาดนี้ได้ต้องมีเบื้องหลังแน่ ๆ แล้วเขาก็ค้นหาที่มาที่ไปอย่างไม่ลดละ เจ้าหน้าที่สืบสวนกิจการภายในไม่ใช่คนประเภทที่ใคร ๆ อยากคบหรอก ผมก็พยายามทำให้บราวูร่าดูเป็นคนที่ไม่มีใครคบ แต่บางครั้งเขาก็น่าชื่นชมไม่น้อยนะ”

“บราวูร่าเด็ดเดี่ยวทั้งหัวใจและแนวคิด” บริดเจสกล่าวต่อ “เขาเป็นคนหนุ่มแต่ฉลาดมากแล้วก็ไม่พึ่งพาใครทั้งสิ้น ผมคิดว่าระหว่างเขากับแม็กซ์นี่แค่สบตาก็เข้าใจกันและกันได้ดี ทั้งคู่พร้อมลุยเหมือนกันและอ่านเกมของอีกฝ่ายได้ทะลุปรุโปร่งด้วย”

 

แอมัวรี่ โนลาสโก้ (Amaury Nolasco) กับคริส โอดอนเนล (Chris O’Donnell) ก็มารับบทที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน โดยโนลาสโก้รับบทแจ็ค ลูพิโน่ (Jack Lupino) ทหารผ่านศึกที่ปัจจุบันซ่อนตัวอยู่ในโลกใต้ดินของพวกค้าสารเสพติด ผู้ชมภาพยนตร์เรื่อง MAX PAYNE แม็กซ์ เพย์น คนมหากาฬถอนรากทรชน จะได้เห็นนักแสดงหนุ่มที่โด่งดังจากบทนักโทษแหกคุกใน Prison Break ซีรีย์สุดฮิตพลิกบทมาเป็น ลูพิโน่ ที่เต็มไปด้วยความน่าสะพรึงและโหดร้ายเกินหยั่ง “ผมชอบลูพิโน่แทบจะในทันที” โนลาสโก้กล่าว “เขายิ่งกว่า เหี้ยม แต่ในบางมุมก็แอบเศร้าแฝงอยู่นะ โดยพื้นฐานน่ะ เขาเป็นคนที่แทบจะไร้วิญญาณเพราะเคยถูกจับตัวไปทดลองในงานวิจัยแล้วเกิดผิดพลาดขึ้น ที่จริงแล้วถ้ามองจากมุมนี้เขาเป็นเหยื่อต่างหาก ไม่ใช่คนเลวเลย”

คริส โอดอนเนลล์ (Chris O’Donnell) รับบทแจ๊ค คอลวิน (Jack Colvin) ผู้บริหารบริษัทเวชภัณฑ์ยักษ์ใหญ่ หนึ่งในบัญชีดับแค้นของแม็กซ์ ซึ่งคอลวินเป็นแค่เบี้ยตัวหนึ่งที่ต้องสติแตกเมื่อถูกใช้เป็นเหยื่อล่อของแผนการสุดล้ำ ซึ่งไม่เพียงล่อให้แม็กซ์มาติดกับแต่ยังคุกคามต่อชีวิตของผู้คนอีกจำนวนไม่น้อยด้วย


 

โจนาธาน เซล่า (Jonathan Sela)