|


ชื่อภาพยนตร์
MADAGASCAR: ESCAPE 2 AFRICA
ชื่อไทย
มาดากัสการ์ 2
วันที่เข้าฉาย 25 ธันวาคม 2551
จัดจำหน่าย บริษัท ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล
พิคเจอร์ส (ฟาร์อีสต์)
เว็บไซต์
www.MadagascarMovie.com
ทีมนักพากย์
เบน สติลเลอร์
ให้เสียงพากย์เป็น สิงโตอเล็กซ์
ให้เสียงพากย์ไทยโดย
วุธ อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร
คริส ร็อค
ให้เสียงพากย์เป็น ม้าลายมาร์ตี้
ให้เสียงพากย์ไทยโดย
ดีเจโบ ธนากร ชินกูล
เดวิด
ชวิมเมอร์ ให้เสียงพากย์เป็น ยีราฟเมลแมน
ให้เสียงพากย์ไทยโดย
บ๊วย เชษฐวุฒิ วัชรคุณ
เจด้า
พินเก็ตต์ สมิธ ให้เสียงพากย์เป็น ฮิปโปสาวกลอเรีย
ให้เสียงพากย์ไทยโดย
บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี
วิล.ไอ.แอม
ให้เสียงพากย์เป็น ฮิปโปหนุ่มฮิพฮอฟโมโต โมโต
(ร่วมแต่งดนตรีประกอบ/ร่วมแต่งเนื้อร้อง)
ให้เสียงพากย์ไทยโดย กอล์ฟ (สิงห์เหนือ) ณัฐวุฒิ ศรีหมอก
ซาช่า บารอน
โคเอน ให้เสียงพากย์เป็น คิงจูเลี่ยน
เซดริค ดิ เอนเตอร์เทนเนอร์
ให้เสียงพากย์เป็น มอริซ
แอนดี้
ริชเตอร์ ให้เสียงพากย์เป็น มอร์ต
เบอร์นี่ แม็ค
ให้เสียงพากย์เป็น ซูบ้าพ่อของอเล็กซ์
เชอร์รี่
เชพเพิร์ด ให้เสียงพากย์เป็น แม่ของอเล็กซ์
อเล็ค
บอลด์วิน ให้เสียงพากย์เป็น มากันก้า
ทีมผู้สร้าง
เอริค
ดาร์เนลล์
(ERIC DARNELL)–
ผู้กำกับ/ผู้เขียนบท
ทอม แม็คแกร็ธ
(TOM
MCGRATH)–ผู้กำกับ/เขียนบท/ให้เสียงพากย์เป็นสกิ๊ปเปอร์
อีทาน โคเฮน
(ETAN
COHEN)–เขียนบท
มิรีลล์ โซเรีย
(MIREILLE
SORIA)–ผู้อำนวยการสร้าง
มาร์ก สวิฟต์
(MARK SWIFT)–ผู้อำนวยการสร้าง
ในภาคต่อที่ทุกคนรอคอยของ
“Madagascar”
ภาพยนตร์การ์ตูนตลกสำหรับครอบครัว
อันดับ 1 ของปี
2005
อเล็กซ์ (เบน สติลเลอร์), มาร์ตี้
(คริส ร็อค), เมลแมน (เดวิด ชวิมเมอร์), กลอเรีย (เจด้า พินเก็ตต์ สมิธ),
คิงจูเลี่ยน (ซาช่า บารอน โคเฮน), มอริซ (เซดริค ดิ เอนเตอร์เทนเนอร์),
แก๊งค์เพนกวินจอมกวน (ทอม แม็คแกร็ธ, คริสโตเฟอร์ ไนต์ส, คริส มิลเลอร์)
และเจ้าชิมแปนซี (คอนราด เวอร์น่อน)
ติดแหง่กอยู่บนชายหาดอันห่างไกลของมาดากัสการ์
เมื่อต้องมาเผชิญปัญหาหนักอกหนักใจเช่นนี้
เหล่าสรรพสัตว์ชาวเมืองนิวยอร์กวางแผนการต๊องๆ ที่อาจได้ผล
ด้วยความเที่ยงตรงแม่นยำแบบกองทัพ เหล่าแก๊งค์เพนกวินได้ซ่อมซากเครื่องบินเก่า
เมื่อการขึ้นบินครั้งแรกของเที่ยวบินเพนกวินบินได้สูงลิบ
ลูกเรือสุดมหัศจรรย์เหล่านี้สามารถประคองเครื่องให้อยู่กลางอากาศได้นานพอที่จะไปไกลถึงป่าที่เป็นป่าที่สุดในโลก
นั่นก็คือทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ไพศาลของอัฟริกา ที่ซึ่งเหล่าสมาชิกของแก๊งค์สัตว์จากสวนสัตว์นิวยอร์กซิตี้
ได้พบกับพี่น้องพวกพ้องเผ่าพันธุ์ของแต่ละคนเป็นครั้งแรกในชีวิต อัฟริกาอาจดูน่าอยู่
แต่มันจะน่าอยู่ไปกว่าบ้านของพวกเขาในเซ็นทรัลปาร์กจริงหรือ
ที่ร่วมผจญภัยอันแสนอึกทึกครึกโครมไปกับเหล่าสรรพสัตว์จากภาพยนตร์ภาคแรก
ก็คือนักแสดงเจ้าเก่า แอนดี้ ริชเตอร์ ที่กลับมารับบทเป็นลีเมอร์นัยน์ตาโศกที่ชื่อมอร์ต
เสริมทีมด้วยสมาชิกใหม่อย่างเบอร์นี่ แม็คในบทซูบ้า พ่อของอเล็กซ์
ที่เป็นจ่าฝูง, เชอร์รี่ เชพเพิร์ดในบทแม่ของอเล็กซ์
ผู้ตื่นเต้นที่ได้ลูกชายที่หายสาบสูญไปนานกลับสู่อ้อมอก, อเล็ค
บอลด์วินให้เสียงพากย์เป็นมากันก้า ผู้หวังจะได้เป็นจ่าฝูงตัวต่อไป และวิล.ไอ.แอมในบทฮิปโปจอมเจ้าชู้
โมโตๆ
ดรีมเวิร์กส์
เอสเคจี ภูมิใจเสนอ
“Madagascar: Escape 2 Africa”
ผลงานการจัดจำหน่ายของพาราเม้าต์ พิคเจอร์ส ที่ได้เสียงพากย์จากเบน
สติลเลอร์, คริส ร็อค, เดวิด ชวิมเมอร์, เจด้า พินเก็ตต์ สมิธ, ซาช่า
บารอน โคเอน, เซดริค ดิ เอนเตอร์เทนเม้นต์, แอนดี้ ริชเตอร์, เบอร์นี่
แม็ค, เชอร์รี่ เชพเพิร์ด, อเล็ค บอลด์วิน และวิล.ไอ.แอม
ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดยเอริค ดาร์เนลล์ และทอม แม็คแกร็ธ
ผู้เคยกำกับภาพยนตร์เรื่อง
“Madagascar”
ภาคแรก ซึ่งทำรายได้จากทั่วโลกไปกว่า
$500,000,000 เหรียญ
บทภาพยนตร์เป็นฝีมือการเขียนบทของอีทาน โคเฮน, เอริค ดาร์เนลล์ และทอม
แม็คแกร็ธ ภาพยนตร์เรื่องนี้อำนวยการสร้างโดยมิรีลล์ โซเรีย
(“Madagascar”)
และมาร์ก สวิฟต์
(“Bee Movie”)
WE
LOVE
TO
MOVE IT, MOVE IT!
ในฤดูร้อนของปี
2005
ภาพยนตร์เรื่อง
“Madagascar”
สามารถชนะใจคนดูทั้งในอเมริกาและตลาดต่างประเทศได้
โดยสามารถเก็บเงินเก็บทองจากทั่วโลกมาได้กว่าห้าร้อยล้านเหรียญ
กลายเป็นภาพยนตร์ตลกสำหรับครอบครัวที่ทำรายได้สูงสุดในปีนั้น
เมื่อเจ้าสิงโตผู้นำกลุ่ม, เจ้าม้าลายช่างจ้อ, เจ้ายีราฟขี้กลัว
และแม่สาวฮิปโปสุดปราดเปรื่อง
ได้รับโอกาสให้ออกไปปล่อยลีลาฮาเขย่าจอภาพยนตร์ทั่วโลก
เหล่าเพื่อนสัตว์ผู้น่ารักแห่งเมืองนิวยอร์ก หรือที่คนดูรู้จักกันในชื่ออเล็กซ์,
มาร์ตี้, เมลแมน และกลอเรีย กลายเป็นแก๊งค์สี่เกลอที่เป็นขวัญใจของทุกคน
เอริค ดาร์เนลล์
ซึ่งเป็นทั้งมือเขียนบทและผู้กำกับของภาพยนตร์เรื่องนี้
จำได้ว่าเขาโล่งใจแค่ไหนกับการที่
“Madagascar”
ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี แต่อันที่จริงแล้ว เขาไม่ประหลาดใจเลย
ดาร์เนลล์บอกว่า
“‘Madagascar’
คือความสำเร็จเพราะว่าผู้คนสามารถมองเห็นตัวเองในตัวละครสี่ตัวนี้
พวกเขาสามารถเชื่อมโยงถึงสัตว์ทั้งสี่ในแบบที่เหมือนเป็นเพื่อนมนุษย์
แม้จะมีข้อบกพร่อง มีปัญหา มีความกลัว
ไม่ว่าพวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับปัญหาใด
คุณจะคอยเอาใจช่วยพวกเขาและอยากให้พวกเขาผ่านพ้นอุปสรรคไปได้”
ทอม แม็คแกร็ธ
ซึ่งเป็นทั้งมือเขียนบทและผู้กำกับของภาพยนตร์ทั้งสองภาค กล่าวว่า
“พวกเราตกหลุมรักตัวละครสี่ตัวนี้ที่เราได้สร้างขึ้นมาร่วมกับเบน
สติลเลอร์, คริส ร็อค, เดวิด ชวิมเมอร์ และเจด้า พินเก็ตต์ สมิธ
เห็นได้ชัดว่าคนอื่นๆ ก็หลงรักพวกเขาเหมือนกัน
เรามีทีมนักแสดงที่ยอดเยี่ยมกลุ่มนี้ที่พวกเรารักหมดใจ เรานำเสนอธีมของความมีอารยธรรมที่ต้องมาปะทะกับความป่าเถื่อน
และเปลี่ยนมันให้กลายเป็นเรื่องราวมิตรภาพเกี่ยวกับแก๊งค์สัตว์จากสวนสัตว์
เมื่อมิตรภาพและความผูกพันของพวกเขาต้องผ่านการทดสอบเมื่อพวกเขาต้องเข้าไปอยู่กลางป่า
ตอนที่เราสร้างภาพยนตร์ภาคแรกออกมาจนเสร็จ
ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาก่อนที่ภาพยนตร์เรื่องนี้จะกลายเป็นภาพยนตร์ฮิตถล่มทลาย
เราคิดกันแล้วว่าเรายังสามารถเล่นกับตัวละครเหล่านี้ได้อีกเยอะ”
ผู้อำนวยการสร้างมิรีลล์ โซเรียให้เหตุผลว่า
“มีบางอย่างเกี่ยวกับงานออกแบบชิ้นนี้ที่ผู้คนรักใคร่
ฉันว่านั่นคือส่วนหนึ่งของมัน มันเป็นภาพกราฟฟิกที่ผสานไปกับความเฉลียวฉลาดและเรื่องราวเฮฮา
ภาพยนตร์ภาคแรกเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสำคัญของมิตรภาพ
และความหมายของความเป็นเพื่อนที่ดี
สิ่งหนึ่งที่ฉันคิดว่าเป็นข้อดีของนิวยอร์กก็คือความหลากหลาย
และมันได้ถูกสะท้อนออกมาให้เห็นในกลุ่มตัวละครของพวกเรา
อันประกอบไปด้วยสิงโต ยีราฟ ม้าลาย และฮิปโปที่เป็นเพื่อนซี้กัน
นั่นคือสิ่งที่เราคิดว่าเราสามารถสำรวจต่อไปได้
และเราสามารถเฉลิมฉลองได้ด้วย”
ความปรารถนาที่จะได้นำแก๊งค์สวนสัตว์ทั้งสี่ออกผจญภัยสำรวจโลกกันต่อนี่เองที่ทำให้ทีมผู้สร้างของภาพยนตร์
“Madagascar”
และประธานผู้บริหารของดรีมเวิร์กส์ แอนนิเมชั่น เจฟฟรีย์ แค็ตเซนเบิร์ก
ได้พูดคุยกันระหว่างเดินทางไปร่วมงานฉายภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์ในยุโรป
แม็คแกร็ธเล่าว่า “แม้กระทั่งก่อนที่ภาพยนตร์เรื่องนี้จะได้รับความนิยมอย่างที่เห็น
พวกเราก็เกิดความต้องการอยากจะสร้างภาพยนตร์ภาคต่อที่มีตัวละครเหล่านี้กันแล้ว
เราอยู่ระหว่างเดินทางไปยุโรป และระหว่างที่อยู่บนเครื่องบินนั้น
เราเริ่มพูดคุยกันเกี่ยวกับเนื้อเรื่อง
ประมาณว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าตัวละครของเราได้เดินทางไปถึงอัฟริกา
อันเป็นบ้านเกิดของพวกเขาจริงๆ
นี่คือหนทางที่ดีที่จะสานต่อเรื่องราวแบบ ‘ปลาผิดน้ำ’
กับการเอาแก๊งค์สี่สหายจากนิวยอร์กไปปล่อยไว้กลางป่าอัฟริกา”
ขณะที่ทางทีมผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้างเริ่มสำรวจโครงเรื่องใหม่นี้
“Madagascar”
ยังคงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากคนดูทั่วทุกแห่ง เมื่อโปรเจ็กต์ภาคใหม่เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง
ผู้อำนวยการสร้างมาร์ก สวิฟต์ได้เข้ามาร่วมทีมด้วย
สวิฟต์บอกว่า
“ขณะที่มิรีลล์ยุ่งอยู่กับการจัดการงานของ
‘Madagascar’
ให้เสร็จ ผมก็ได้ทำงานกับภาพยนตร์สั้นที่เป็นเรื่องของแก๊งค์เพนกวิน
เรื่อง ‘A
Christmas Caper’
ดังนั้น ผมว่าพวกเพนกวินนี่แหละที่เป็นตัวดึงผมมาทำงานกับภาพยนตร์ภาค 2
นี้”
สำหรับดาร์เนลล์และแม็คแกร็ธ
งานนี้หมายถึงความต่อเนื่องของความสัมพันธ์ในการทำงานที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ดี
ดาร์เนลล์กล่าวว่า
“เหตุผลที่ว่าทำไมผมกับทอมถึงได้ทำงานเข้ากันได้ดี
ผมว่าเป็นเพราะพวกเรารับไอเดียของอีกฝ่ายได้ และปรับเปลี่ยนมัน
ทำให้มันดีขึ้นอีกระดับ เราแลกเปลี่ยนไอเดียกัน
และลงเอยด้วยผลงานที่ดีขึ้นกว่าไอเดียของฝ่ายใดฝ่ายเดียว
เราพยายามที่จะคลุกคลีอยู่ด้วยกันให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
อนุมัติสิ่งต่างๆ ร่วมกัน
และพยายามทำงานให้เหมือนเราเป็นคนเดียวกันให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
คุณรู้ไหม บางครั้งความจำเป็นของการทำงานก็ทำให้เราต้องแยกกัน
พวกเราคนหนึ่งไปดูงานแอนนิเมชั่น ส่วนอีกคนไปดูงานบันทึกเสียง
และเราก็ทำอย่างนั้นในเวลาที่เราต้องทำ แต่บอกตามตรงนะ
พวกเราอยู่ด้วยกันในที่เดียวกันและในเวลาเดียวกัน
แบบนั้นจะดีกว่าสำหรับพวกเรา”
ทั้งสองได้พบกันที่ดรีมเวิร์กส์เป็นเวลานานกว่า
8 ปีแล้ว และสนิทสนมกันแทบจะในทันที
“Madagascar”
เปิดโอกาสให้พวกเขาได้ทำงานร่วมกันเป็นทีม ทอม แม็คแกร็ธกล่าวว่า
“บ่อยครั้งที่พวกเราสองคนจะเปลี่ยนตำแหน่งกัน
เวลาทำงาน ในส่วนฉากดราม่าหรือส่วนของฉากตลก เราจะแลกหน้าที่กัน
เพราะเราเป็นทีมเขียนบทด้วยกัน
มันช่วยให้เราสร้างจินตนาการที่มีต่อภาพยนตร์เรื่องนี้ออกมาเหมือนกัน
จากนั้น กับหน้าที่ของพวกเราในงานสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้
เราพยายามที่จะอยู่ด้วยกันให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
เราจะแบ่งแยกหน้าที่กันเมื่อจำเป็น ผมหมายความว่ามีคนเป็นร้อยๆ
คนที่ทำงานกับภาพยนตร์เรื่องนี้
และเราก็คงไม่สามารถนั่งอยู่แค่ที่ใดที่หนึ่งได้ แต่เมื่อถึงเวลาตัดต่อ
นั่นคือเวลาที่เราจะนั่งอยู่ด้วยกัน
และทุ่มเทสมาธิให้กับภาพยนตร์ของเรา
เราโชคดีที่เราได้สร้างภาพยนตร์ด้วยกันมาแล้วสองเรื่อง”
สำหรับโซเรีย
การกลับมาร่วมทีมกันคือสิ่งสำคัญ
“ในฐานะมือเขียนบทและผู้กำกับ
พวกเขาทำให้
‘Madagascar’
เป็นตัวเป็นตนขึ้นมา พวกเขาทั้งสองคนนำอารมณ์ที่ต่างกันมา
และเราก็ใช้ประโยชน์จากความสามารถอันยอดเยี่ยมของพวกเขาทั้งคู่
ข้อดีอย่างหนึ่งของภาพยนตร์ภาคต่อเรื่องนี้ก็คือเราได้ตัวทั้งทอมและเอริค
และหัวหน้าแผนกต่างๆ
ของพวกเราล้วนแต่เคยทำงานกับภาพยนตร์ภาคแรกมาทั้งนั้น (ทั้งมือเขียนบท/
ผู้กำกับดาร์เนลล์และแม็คแกร็ธ, โปรดักชั่น ดีไซเนอร์ เคนดัล ครอนไคต์,
วิชวลเอฟเฟ็กต์ ซูเปอร์ไวเซอร์ ฟิลลิปปี้ กลักแมน, หัวหน้าทีมแคแร็คเตอร์
แอนนิเมชั่น เร็กซ์ กรินน่อน, ซูเปอร์ไวซิ่ง แอนนิเมเตอร์อาวุโส เดนิส
เค้าชอน, มิวสิคเอ็กเซ็กคูทีฟ ซันนี่ ปาร์ก และตัวโซเรียเองด้วย)
เรามีโอกาสได้กลับมาหางานที่พวกเรารักและทำงานสืบสานต่อไป
เรามีรหัสสื่อสารกัน”
ไม่สำคัญว่าจะมีใครทำงานด้วยกันบ้าง
ทางทีมผู้สร้างรู้ดีว่าถ้าปราศจากเรื่องราวที่ดีแล้ว
การสืบสานการเดินทางผจญภัยครั้งนี้คงจะไร้ผล มาร์ก สวิฟต์ตั้งข้อสังเกตว่า
“เรื่องต้องมาก่อนเสมอ
และเพราะ
‘Madagascar
’
ทุกคนรักตัวละครเหล่านี้ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องให้ตัวละครเหล่านี้กลับมา
พวกเขาเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน
มันคงจะไม่เหมือนเดิมแน่ถ้าพวกเขาไม่ได้กลับมาอยู่ที่นั่นด้วย
ดังนั้นเราจึงต้องเน้นไปที่เรื่อง ทอมกับเอริค และอีทาน โคเฮนเขียนบทภาพยนตร์ที่ดีมากจริงๆ”
ดาร์เนลล์
ที่เป็นทั้งมือเขียนบทและผู้กำกับ กล่าวว่า
“มันเหมือนปฏิกิริยาลูกโซ่
เมื่อแก๊งค์นิวยอร์กขึ้นเครื่องบินในมาดากัสการ์
มีใครอยู่บนเครื่องบินบ้าง นี่คือสายการบินแอร์เพนกวิน
พวกเขาซ่อมเครื่องบินลำนี้ และเป็นนักบิน
ดังนั้นคุณจึงได้เจอพวกเพนกวิน คุณไม่มีทางทิ้งจูเลี่ยนกับมอริซและมอร์ตเอาไว้ได้
พวกเขาตลกมาก พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนี้ เหมือนกับเจ้าชิมแปนซี
ฟิลและเมสัน แล้วตูม คุณมีแก๊งค์ติดตามเป็นฝูง
ดังนั้นเราจึงต้องใช้บริการตัวละครเหล่านี้
แต่ยังมีตัวละครที่พวกเขาได้เจอในอัฟริกาด้วย
กลายเป็นเรื่องราวยิ่งใหญ่ที่มีความสมดุล”
ดังนั้น
มันก็คือเรื่องราวที่อัดแน่นไปด้วยตัวละคร
ไม่ใช่แค่บรรดาสัตว์ที่เป็นชาวสวนสัตว์เท่านั้น
แต่ยังรวมถึงจูเลี่ยนและแก๊งค์, พวกเพนกวิน, พวกชิมแปนซี
ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความท้าทายสูงสุด มือเขียนบท/ ผู้กำกับ แม็คแกร็ธอธิบายว่า
“เพราะคุณรักตัวละครเหล่านี้ทุกตัว
คุณจึงอยากจะใช้เวลาอยู่กับพวกเขาทุกตัว
แต่ก็ยากนะที่จะจัดการโครงเรื่องที่แยกเป็นอิสระจากกันหลายๆ โครงเรื่อง
ดังนั้น นั่นจึงเป็นความท้าทายเสมอ ผมว่าเราทำได้สำเร็จแล้ว
พลอตรองของเราทุกเรื่องล้วนแต่เป็นตัวหนุนเรื่องหลัก
ซึ่งก็ลำบากอยู่แล้วกับการมีตัวละครมากถึง 13 ตัว”
ทางทีมผู้เขียนบทวางอเล็กซ์เอาไว้เป็นแก่นกลางของภาพยนตร์เรื่องนี้
ดำเนินเรื่องไปพร้อมกับเรื่องราวที่เขาได้เจอพ่อแม่
ที่กลับกลายเป็นเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง อเล็กซ์คือราชาแห่งนิวยอร์ก
เป็นดาราเอก เป็นดาว
ซึ่งเขาอาจไม่ได้มีทักษะฝีมือที่จะต้องใช้ในทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ของดินแดนอัฟริกา
สำหรับมาร์ตี้ ซึ่งฝันเสมอมาว่าจะได้วิ่งโลดแล่นไปกับฝูง
เขาจะไปได้รอดหรือกับการเป็นส่วนหนึ่งของฝูงม้าลายที่...หน้าตาเหมือนคุณเด๊ะ
กลอเรีย ที่ตอนนี้โตขึ้นเล็กน้อย
รู้สึกว่ามันอาจถึงเวลาแล้วที่เธอจะแสวงหาความสัมพันธ์
และมีโอกาสที่จะทดลองทำเช่นนั้นแล้ว เมลแมน
ไม่เพียงแต่ได้พบว่าตัวเขาเองอยู่ในฝูงยีราฟคอยาว (ใช่
นั่นแหละคือชื่อกลุ่มอย่างเป็นทางการ)
แต่เขายังได้พบความรู้สึกที่แท้จริงที่เขามีต่อกลอเรียด้วย...เพียงเพื่อจะมาพบว่าเธอกำลังปิ๊งส์กับชายอื่น
ทีมผู้เขียนบทให้เหตุผลว่าขณะที่ภาพยนตร์ภาคแรกเพียบไปด้วยฉากกว้างขวางอันเป็นอิสระ
แต่มันก็มีจังหวะที่เงียบสงบที่ตัวละครได้ค้นพบถึงบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ภายในตัวพวกเขาเอง
กับโครงเรื่องที่พูดถึงการสำรวจ ไม่ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว
การเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม ในครั้งนี้จึงยังมีโอกาสมากขึ้น
เหล่าชาวสวนสัตว์แต่ละตัวได้ผ่านการสำรวจภายในตัวเอง (ฉันเป็นใคร?
ฉันต้องการอะไร? นี่คือความรักหรือความหลงกันแน่?)
ซึ่งหมายถึงความท้าทายอันยิ่งใหญ่ขึ้นสำหรับทีมแอนนิเมเตอร์
เป็นการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงการค้นหาทางอารมณ์จากภายนอก
แม็คแกร็ธกล่าวว่า
“มันคือความท้าทายที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง
แต่นั่นคือสิ่งที่ทีมแอนนิเมเตอร์ของเราได้รับการฝึกฝนเพื่อให้สร้างสรรค์งานออกมา
อันที่จริงโดยหัวใจแล้วพวกเขาทุกคนก็คือนักแสดง
เราจะมีเรื่องโจ๊กที่พูดกันว่าบ่อยครั้งที่พวกแอนนิเมเตอร์มักจะอึดอัดผิดหวังกับพวกนักแสดง
หรือคนที่ไม่ได้อยากจะก้าวขึ้นเวทีด้วยตัวพวกเขาเอง
แต่พวกเขาก็จะผลักดันการสร้างสรรค์งานแอนนิเมชั่นออกมา
และดูว่าพวกเขาสามารถทำอะไรได้บ้าง”


|