www.bigfuns.comMemberLinksAbout UsContact Us

 
 

 

 

ถ้ามนุษยชาติจำต้องไปจากโลกใบนี้ แต่มีใครบางคนดันลืมปิดเครื่องหุ่นยนต์ตัวสุดท้ายล่ะ

 

                นั่นคือพล็อตเรื่องน่ารักๆ ที่น่าสนใจของภาพยนตร์อนิเมชันคอมพิวเตอร์คอเมดีสดๆ ซิงๆ จากดิสนีย์/พิกซาร์ที่มีเรื่องราวเกิดขึ้นในอวกาศ “WALL•E” ภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวขำขัน ความอบอุ่น แฟนตาซีและอารมณ์หลากหลายเรื่องนี้จะนำพาผู้ชมออกเดินทางข้ามกาแล็กซี และแสดงให้เห็นถึงความสามารถของพิกซาร์ในการสร้างโลกทั้งใบขึ้นมาและการสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับการเล่าเรื่อง การพัฒนาตัวละคร การแต่งเพลงประกอบหลุดโลกและซีจี อนิเมชันชั้นเยี่ยม

                  “WALL•E” ซึ่งมีเรื่องราวเกิดขึ้นในกาแล็กซีที่ไม่ไกลตัวซักเท่าไหร่ เป็นคอเมดีสดใหม่และน่าตื่นเต้นเกี่ยวกับหุ่นยนต์หัวรั้นตัวหนึ่ง หลังจากเวลาเป็นร้อยๆ ปีที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวเพื่อทำในสิ่งที่เขาถูกสร้างมาให้ทำ วอลล์อี (หุ่นยนต์กำจัดขยะในระดับชั้นโลก) ก็ค้นพบเป้าหมายใหม่ในชีวิต (นอกเหนือไปจากเก็บสะสมของกิ๊กก๊อก) เมื่อเขาได้พบกับหุ่นยนต์ค้นหาที่ชื่ออีฟ (ผู้ประเมินพืชพันธุ์จากนอกโลก) อีฟก็ได้รู้ว่า วอลล์อีได้บังเอิญเจอกุญแจที่จะนำไปสู่อนาคตของดาวดวงนี้ และเธอก็เร่งรุดกลับไปยังอวกาศเพื่อรายงานการค้นพบของเธอให้พวกมนุษย์ที่รอฟังอย่างใจจดใจจ่ออยู่บนยานอวกาศ แอ็กเซี่ยม ว่ามันปลอดภัยพอที่พวกเขาจะกลับบ้านได้เสียที ในขณะเดียวกัน วอลล์อี ก็ไล่ตามอีฟไปทั่วจักรวาลและก่อให้เกิดการผจญภัยสุดหฤหรรษ์ที่เหลือเชื่อที่สุดเท่าที่เคยปรากฏบนจอภาพยนตร์

                ผู้ที่ออกเดินทางร่วมกับวอลล์อีในการเดินทางข้ามจักรวาลในอนาคต 800 ปีข้างหน้าคือบรรดาตัวละครสุดฮาที่รวมถึงแมลงสาปตัวน้อยและทีมหุ่นยนต์กระป๋องที่ป้ำๆ เป๋อๆ

                “WALL•E” ภาพยนตร์เรื่องที่เก้าจากดิสนีย์และพิกซาร์ อนิเมชัน สตูดิโอส์ เป็นผลงานต่อจาก “Ratatouille” ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเรื่องล่าสุดของสตูดิโอ ซึ่งได้รับออสการ์สาขาภาพยนตร์อนิเมชันยอดเยี่ยม และได้รับคำวิจารณ์ที่ดีที่สุดในบรรดาภาพยนตร์ที่เข้าฉายในปี 2007 และประสบความสำเร็จด้านรายได้ในบ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลก รายได้รวมกันในบ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลกของภาพยนตร์เรื่องที่แปดของพิกซาร์เรื่องนี้สูงถึง 4.3 พันล้านเหรียญ

                “WALL•E” เป็นผลงานล่าสุดจากผู้กำกับ/มือเขียนบทเจ้าของรางวัลอคาเดมี อวอร์ด แอนดรูว์ สแตนตัน ผู้เข้าร่วมงานกับพิกซาร์ในปี 1990 ในฐานะอนิเมเตอร์คนที่สองและทีมงานคนที่เก้าของสตูดิโอที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นใหม่ เขาเป็นหนึ่งในสี่มือเขียนบทที่ได้รับการเสนอชื่อชิงออสการ์ในปี 1996 จากการทำงานใน “Toy Story” และได้รับเครดิตในการเป็นมือเขียนบทในภาพยนตร์พิกซาร์เรื่องถัดๆ มา ซึ่งรวมถึง “A Bug’s Life,” “Toy Story 2,” “Monsters, Inc.” และ “Finding Nemo” ที่ทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อชิงออสการ์จากการเป็นมือเขียนบทร่วม นอกเหนือจากนั้น เขายังได้ร่วมกำกับ “A Bug’s Life,” อำนวยการสร้างบริหาร “Monsters, Inc.” และ“Ratatouille” ที่ได้รับรางวัลออสการ์ในปี 2007 และได้รับรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์อนิเมชันยอดเยี่ยมจาก “Finding Nemo”


 

                  “WALL•E” ผลงานจากดิสนีย์.พิกซาร์ กำกับโดยแอนดรูว์ สแตนตัน จากเรื่องราวดั้งเดิมโดยสแตนตันและพีต ด็อกเตอร์และบทภาพยนตร์โดยสแตนตันและจิม เรียร์ดอน อำนวยการสร้างบริหารโดยจอห์น แลสเซทเตอร์และอำนวยการสร้างโดยจิม มอร์ริส (“Star Wars, Episodes I และ II,” “Pearl Harbor,” “The Abyss” และ“Harry Potter” ทั้งสามภาค) ผู้ได้ร่วมสร้างวิชวล เอฟเฟ็กต์ที่น่าตื่นตาตื่นใจระหว่างที่เขาดำรงตำแหน่งประธานลูคัส ดิจิตอลนานถึง 18 ปี ลินด์ซีย์ คอลลินส์ ผู้ทำงานที่พิกซาร์มานาน 11 ปี รับหน้าที่ผู้ร่วมอำนวยการสร้าง ทอม พอร์ตเตอร์รับหน้าที่ผู้ช่วยอำนวยการสสร้าง โรเจอร์ ดีกินส์ ช่างภาพเจ้าของรางวัลออสการ์ รับหน้าที่ที่ปรึกษาด้านวิชวล

                ทีมนักพากย์ประกอบไปด้วยนักแสดงตลกเจฟฟ์ การ์ลิน (“Curb Your Enthusiasm”), นักแสดงคู่บุญของพิกซาร์ จอห์น ราทเซนเบอร์เกอร์ (“Cheers,” “Ratatouille,” “Toy Story”), นักแสดงหญิงเจ้าของรางวัล เคธี นาจิมี (“Sister Act,” “King of the Hill”), นักแสดงภาพยนตร์และละครเวที ซิเกอร์นีย์ วีฟเวอร์ (“Alien,” “Gorillas In The Mist,” “Baby Mama”) และนักออกแบบเสียงเจ้าของสี่รางวัลออสการ์ เบน เบิร์ต (“E.T. the Extra-Terrestrial,” “Indiana Jones and the Last Crusade”) และนักแสดงตลกเฟร็ด วิลลาร์ด (“Best In Show,” “Back to You”) ก็ได้ร่วมสร้างสีสันในภาพยนตร์เรื่องนี้เช่นกัน

                เสียงหุ่นยนต์ที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกหลากหลายของวอลล์อีได้รับการสร้างสรรค์โดยเบิร์ต เจ้าของผลงานน่าจดจำอย่าง เสียง ของหุ่นยนต์ในตำนานตัวอื่นๆ เช่นอาร์ทู-ดีทู (จาก “Star Wars”) ด้วยประสบการณ์ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงชั้นนำคนหนึ่งของวงการมากว่า 30 ปี เบิร์ตได้มีส่วนร่วมในกระบวนการเริ่มแรกของงานสร้างตั้งแต่การสร้างสรรค์เสียงทั้งหมดให้กับตัวละครหุ่นยนต์และยานอวกาศรวมถึงสิ่งแวดล้อมทั้งหมด

                เพลงประกอบ “WALL•E” แต่งโดยโธมัส นิวแมน ผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงแปดรางวัลออสการ์ ผู้ก่อนหน้านี้เคยร่วมงานกับสแตนตันมาแล้วใน “Finding Nemo” ปีเตอร์ เกเบรียล ตำนานร็อคแอนด์โรล ได้ร่วมมือกับนิวแมนในการแต่งเพลงออริจินอลชื่อ   “Down to Earth” ขึ้นมา เกเบรียลได้แต่งเนื้อร้องสำหรับเพลงอีพิล็อกที่มีเสน่ห์จับใจเพลงนี้และได้ร้องเพลงนี้ด้วยตัวเองด้วย 

มื้ออาหารกลางวัน: รุ่นบุกเบิกพิกซาร์ครุ่นคิดคอนเซ็ปต์ผลงานใหม่

หุ่นยนต์แสนโรแมนติกเริ่มประกอบตัวเป็นรูปเป็นร่าง

                ไอเดียสำหรับ “WALL•E” ก่อร่างสร้างตัวขึ้นในปี 1994 ระหว่างมื้ออาหารกลางวันของสแตนตัน, จอห์น แลสเซทเตอร์, พีต ด็อกเตอร์และโจ แรนท์ ผู้ล่วงลับ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นรุ่นบุกเบิกของพิกซาร์ ด้วยความที่ “Toy Story” ผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของพวกเขากำลังอยู่ระหว่างงานสร้าง พวกเขาก็รู้ว่า บางทีพวกเขาอาจมีโอกาสได้สร้างภาพยนตร์อีกเรื่อง ในการพูดคุยกันครั้งนั้น ไอเดียสำหรับ “A Bug’s Life,” “Monsters, Inc.” และ “Finding Nemo” ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงเป็นครั้งแรก สิ่งหนึ่งที่ผมจำได้ว่าเริ่มมาจากตอนนั้นคือไอเดียของหุ่นยนต์ตัวน้อยที่ถูกทิ้งไว้บนโลกครับ สแตนตันกล่าว เราไม่มีเรื่องราวอะไรเลย มันเป็นตัวละครตัวน้อยแบบโรบินสัน ครูโซ ทำนองว่าถ้ามนุษย์จะต้องไปจากโลก แล้วมีคนลืมปิดเครื่องหุ่นยนต์ตัวสุดท้าย และเขาก็ไม่รู้ว่าเขาสามารถหยุดทำในสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ได้ล่ะครับ

                หลายปีให้หลัง ไอเดียนั้นก็กลายเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาจริงๆ ผมเริ่มนึกถึงภาพเขาทำหน้าที่ของเขาทุกวันๆ ได้แต่เก็บรวบรวมขยะที่ถูกทิ้งบนโลกมาอัดให้เป็นก้อน สแตนตันเล่า มันทำให้ผมเริ่มนึกถึงว่าแล้วถ้าสิ่งที่เป็นมนุษย์ที่สุดที่หลงเหลืออยู่ในจักรวาลกลับกลายเป็นเครื่องจักรกลล่ะ นั่นเป็นตัวจุดประกายครับ และการผจญภัยของมันก็เริ่มนับแต่นั้นมา

                สแตนตันบอกว่าเขาได้รับอิทธิพลอย่างมากจากภาพยนตร์ไซไฟในยุค 70s “หนังอย่าง ‘2001,’ ‘Star Wars,’ ‘Alien,’ ‘Blade Runner’ และ ‘Close Encounters’ พวกมันมีลุคและให้ความรู้สึกที่เหมือนกับมันได้พาผมไปยังสถานที่อีกแห่งหนึ่ง และทำให้ผมเชื่อจริงๆ ว่ามีโลกเหล่านั้นอยู่จริงครับ เขาอธิบาย นับตั้งแต่นั้น ผมยังไม่เคยได้ดูหนังซักเรื่องที่ทำให้ผมรู้สึกอย่างเดียวกันเมื่อออกไปสู่อวกาศ ผมก็เลยอยากจะสร้างความรู้สึกแบบนั้นขึ้นมาใหม่ครับ

                ในการเตรียมตัวสำหรับงานใน “WALL•E” ทีมงานอนิเมชันของพิกซาร์ได้เดินทางไปทัศนศึกษาที่โรงงานรีไซเคิลเพื่อสังเกตการณ์การทำงานของเครื่องบดขยี้ขยะขนาดยักษ์และเครื่องจักรกลอื่นๆ ศึกษาหุ่นยนต์จริงๆ อย่างใกล้ชิดที่สตูดิโอ และดูภาพยนตร์คลาสสิกหลายเรื่อง (ตั้งแต่หนังเงียบไปจนถึงไซไฟ) เพื่อทำความเข้าใจกับการแสดงสีหน้าท่าทางในภาพยนตร์ เหล่าอนิเมเตอร์ที่ยึดมั่นคติ วัตถุดิบสมจริง ได้มองหุ่นยนต์แต่ละตัวว่าถูกสร้างขึ้นมาเพื่อประกอบหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งและพยายามจะรักษาขีดจำกัดทางด้านกายภาพของแต่ละแบบดีไซน์เอาไว้ ไปพร้อมๆ กับการสร้างการแสดงให้สอดคล้องกับบุคลิกลักษณะ อลัน บาริลลาโร และสตีฟ ฮันเตอร์ รับหน้าที่ซูเปอร์ไวซิง อนิเมเตอร์ของเรื่อง ในขณะที่แองกัส แม็คเลนรับหน้าที่ไดเร็กติง อนิเมเตอร์

                ราล์ฟ แอ็กเกิลสตัน (“The Incredibles,” “Finding Nemo,” “Toy Story”) ผู้ออกแบบงานสร้าง ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างลุค “WALL•E” มาจากภาพวาดนาซาจากยุค 50s และ 60s รวมทั้งภาพวาดคอนเซ็ปต์ดั้งเดิมสำหรับทูมอร์โรว์แลนด์ในดิสนีย์แลนด์โดยดิสนีย์ อิเมจิเนียร์ส เขาเล่าว่า วิธีการสร้างลุคหนังเรื่องนี้ของเราไม่ใช่ว่าอนาคตจะออกมาเป็นอย่างไร มันเป็นเรื่องที่ว่าอนาคตสามารถออกมาเป็นอย่างไรได้บ้าง ซึ่งมันน่าสนใจกว่าเยอะ นั่นเป็นสิ่งที่เราอยากจะใช้กับดีไซน์ของหนังเรื่องนี้ ในการออกแบบลุคของตัวละครและโลกใบนี้ เราอยากให้ผู้ชมเชื่อจริงๆ ในโลกที่พวกเขากำลังเห็นอยู่ เราอยากให้ตัวละครและโลกของเราเป็นจริง ไม่ใช่แค่ดูสมจริงเท่านั้นและเป็นจริงในแง่ของความน่าเชื่อครับ

                สิ่งที่ช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อของภาพยนตร์เรื่องนี้คือลักษณะการถ่ายทำของเรื่อง เจเรมี ลาสกี ผู้กำกับภาพได้กล่าวอธิบายว่า ลุคของ ‘WALL•E’ จะไม่เหมือนกับสิ่งที่เคยมีการทำกันมาในอนิเมชันมาก่อน เราได้ใส่เอาองค์ประกอบบางอย่างจากหนังไซไฟในยุค 60s และ 70s เข้าไปเป็นพื้นฐานว่าหนังเรื่องนี้ควรจะให้ความรู้สึกและออกมาเป็นอย่างไรครับ

                สแตนตันกล่าวเสริม เราได้ทำการปรับเปลี่ยนและพัฒนางานกล้องในซอฟท์แวร์ของเรายกใหญ่เพื่อที่กล้องของเราจะได้เหมือนกับกล้องพานาวิชัน 70 ม.ม. ที่ถูกใช้บ่อยๆ ในหนังยุค 70s พวกนี้ครับ

 

 

 

 

All right reserve by : www.bigfuns.com   Design by : yourthinks