|


ปืนใหญ่จอมสลัด
(Queens of Langkasuka)
ก้าวที่กล้าและยิ่งใหญ่
สู่ทศวรรษใหม่บนแผ่นฟิล์มของ “นนทรีย์
นิมิบุตร”
“จริง
ๆ แล้วมันก็ครบรอบ 10 ปีแล้วกับการทำหนังใหญ่
คือผมถือว่าเรื่องนี้เป็นการทำหนังใหญ่ในโอกาสครบรอบ 10
ปีที่อยู่ในวงการภาพยนตร์มา
สิ่งที่เราอยากจะคืนให้กับวงการภาพยนตร์ก็คือ
ทำหนังที่มันมีความแตกต่างจากสิ่งที่เขาเคยมีอยู่มาโดยตลอด
แม้กระทั่งหนังของตัวเองด้วยนะครับ
คือเป็นการก้าวไปอีกขั้นหนึ่งของการทำงานที่มันเป็นโปรเจ็คต์ใหญ่มาก ๆ
ที่มันมีความน่าตื่นตาตื่นใจ ในเรื่องของภาพ เรื่องของเรื่อง
เรื่องของการแสดง เรื่องของอาวุธยุทโธปกรณ์ ทุก ๆ สิ่ง ทุก ๆ
อย่างพยายามจะทำให้มันดูใหญ่ที่สุดเท่าที่ผมเคยทำมานะครับ
ก็อยากจะให้หนังเรื่องนี้เป็นการคืนกำไรให้กับคนดูที่เขาสนับสนุนงานของเรามาตลอดและก็ถือว่าเรายอมเหน็ดเหนื่อย
ใช้เวลาเต็มที่เวลา 5 ปีกว่า ๆ ยอมเหน็ดยอมเหนื่อยยอมทุกอย่าง
เพื่อจะให้ผู้ชมได้รับสิ่งดี ๆ สิ่งที่แปลกใหม่
และก็สนุกสนานในการชมภาพยนตร์เรื่องนี้ นั่นคือสิ่งที่ผมตั้งใจไว้
ผมเชื่อว่าสิ่งที่เราทำ
เป็นสิ่งที่เราเชื่อว่ามันดีที่สุดแล้ว แล้วก็พยายามกันทำทุกวิถีทาง
ทำทุกอย่างให้มันออกมาสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพราะฉะนั้นความพยายามความตั้งใจความทุ่มเทแรงใจแรงกายของผม, ทีมงาน
และนักแสดงทุกคนเหล่านี้
ผมเชื่อว่าอย่างน้อยมันไม่น่าจะทำให้ใครผิดหวัง
ผมเชื่อว่าผมอยากทำในสิ่งที่ผมอยากทำ ทำภาพยนตร์อย่างที่ผมอยากดู
แล้วผมก็เชื่อว่ารสนิยมของผมกับคนดูหลาย ๆ คนในเมืองไทย
มักจะตรงกันเสมอนะครับ และเมื่อหนังเสร็จแล้ว เราก็เห็นว่ามันถูกทาง
มันไม่มีอะไรนอกเหนือออกไป หรือหลงทางออกไปจากสิ่งที่เราวางไว้ทั้งหมด
ปืนใหญ่จอมสลัด
เป็นภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตที่ผมเคยทำมา
ซึ่งผมว่ามันก็ถึงเวลาของมันแล้ว โปรเจ็คต์ใหญ่ ๆ แบบนี้
ต้องใช้ทั้งพลังและเวลาอย่างมาก
ซึ่งเราก็ต้องทำในช่วงเวลาที่เรายังทำไหวอยู่ ยังสามารถเอามันได้อยู่
ถ้าผมจะคาดหวังอะไรจากมัน ผมจะหวังให้บอกตัวเองอยู่เสมอว่า
จะทำหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องสุดท้าย
เพื่อที่ผมจะได้เต็มที่กับมันทุกครั้ง”
เปิดตำนาน
400 ปีที่แล้ว ลังกาสุกะ
รัฐอิสระต้องสูญเสีย รายาบาฮาดูร์ ชาห์
จากการถูกลอบปลงพระชนม์ ราชวงศ์ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากการสถาปนา
องค์หญิงฮีเจา (จารุณี สุขสวัสดิ์) ธิดาคนโตขึ้นเป็นรายาสตรีองค์แรกแห่งลังกาสุกะ
แม้รายาฮีเจาจะปกป้องบ้านเมืองอย่างเข้มแข็ง แต่เหล่าแคว้นรอบด้าน
รวมทั้งกลุ่มกบฏและโจรสลัดต่าง ๆ
ล้วนหมายจะยึดครองดินแดนอันมั่งคั่งแห่งนี้
จนกระทั่ง ยานิส บรี
ปราชญ์แห่งอาวุธชาวดัชท์
เดินทางมาพร้อมกับศิษย์เอกนักประดิษฐ์ชาวจีนนาม
ลิ่มเคี่ยม (จักรกฤษณ์
พณิชย์ผาติกรรม) เพื่อนำมหาปืนใหญ่
อาวุธที่ดีที่สุดไปถวายรายาฮีเจาใช้ป้องกันบ้านเมือง
แต่กลับถูกกลุ่มโจรสลัดที่นำโดย เจ้าชายราไว (เอก โอรี) และ
อีกาดำ (วินัย ไกรบุตร) จอมสลัดผู้มีวิชาดูหลำอันแก่กล้า
ซุ่มโจมตีเพื่อชิงมหาปืนใหญ่ จนทำให้เรือฮอลันดาระเบิด ยานิส บรีถึงแก่ความตาย
กระบอกปืนใหญ่จมลงสู่ก้นทะเล
เหลือเพียงแต่ลิ่มเคี่ยมเท่านั้นที่ยังรอดชีวิตอยู่
เหตุการณ์ครั้งนี้ยังเป็นเวลากำเนิดของ
ปารี
(อนันดา เอเวอริ่งแฮม) เด็กชายชาวเลผู้มีคุณสมบัติพิเศษในตัวที่จะสามารถฝึกวิชาดูหลำขั้นสูงได้
ปารีเติบโตเป็นหนุ่ม
พร้อมกับสั่งสมทั้งความสามารถและความแค้นในการสะสางอีกาดำที่ทำให้พ่อและแม่ของตนต้องตาย
ลิ่มเคี่ยมซึ่งช่วยชีวิตปารีในครั้งนั้นไว้ได้
หลบมาใช้ชีวิตอยู่กับหมู่บ้านชาวเล พร้อมประดิษฐ์อาวุธพิสดารมากมาย
และตั้งกลุ่มก่อกวนตัดกำลังโจรสลัดขึ้น
ในอีกด้าน
แม้ลังกาสุกะจะมีทหารเอกฝีมือเยี่ยมอย่าง
ยะรัง (ชูพงษ์ ช่างปรุง) แต่ฮีเจาก็ยังจำเป็นต้องให้
อูงู (แอนนา รีส) น้องสาวคนเล็กของตนอภิเษกกับ
เจ้าชายปาหัง (เจษฎาภรณ์ ผลดี) เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งให้ลังกาสุกะ
แม้อูงูจะไม่เต็มใจก็ตาม ขณะที่ยะรังนั้นกลับตกหลุมรัก บิรู (แจ๊คกี้
อภิธนานนท์) องค์หญิงคนรอง
แต่กลับไม่สามารถเปิดเผยความรู้สึกนั้นได้
การต่อสู้ของหลายฝ่ายก่อตัวขึ้น
จนทำให้ปารีได้มาพบกับอูงู ทั้งคู่หลงไปติดเกาะร้างแห่งหนึ่ง
เพื่อรักษาตัวจากบาดแผล ที่นั่น…ปารีได้ฝึกวิชาดูหลำชั้นสูงจาก
อาจารย์กระเบนขาว (สรพงษ์
ชาตรี)
ปรมาจารย์ทางดูหลำ และค้นพบว่า ดูหลำคือวิชาที่มีทั้งด้านสว่างที่ทรงพลังและด้านมืดที่น่ากลัว
ยากจะควบคุมจิตใจเอาไว้ได้
พร้อมกับที่ความรักของทั้งปารีและอูงูได้งอกงามขึ้น
ขณะเดียวกัน
ลิ่มเคี่ยมกุญแจสำคัญในการสร้างปืนใหญ่
กลับถูกกลุ่มสลัดจับตัวเป็นเชลยไว้ได้
และถูกบังคับให้ต้องสร้างปืนใหญ่ที่จะนำมาใช้ทำลายล้างรัฐลังกาสุกะ
สงครามครั้งใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้น
โดยลังกาสุกะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
เพราะกองทัพโจรสลัดกลับสามารถกู้มหาปืนใหญ่ในตำนานนั้นจากก้นทะเลไว้ได้
ลังกาสุกะเป็นเป้าหมายของการทำลายล้าง
มีเพียงยะรังนักรบผู้กล้า, ปัญญาของลิ่มเคี่ยม,
อูงูผู้พร้อมสละทั้งชีวิตและความรักเพื่อแผ่นดิน
และพลังดูหลำอันลึกลับของปารีเท่านั้น
ที่จะต่อกรกับแสนยานุภาพจากกองทัพโจรสลัดเอาไว้ได้

“10 ปี นนทรีย์ นิมิบุตร”
สุดยอดผู้สร้างปรากฏการณ์ความยิ่งใหญ่แห่งภาพยนตร์ไทยตลอดทศวรรษ
11 เมษายน 2540
ระเบิดความร้อนแรง ขีดสุดความคลั่ง
“2499
อันธพาลครองเมือง”
พลิกประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย
กวาดรายได้สูงสุด และกุมหัวใจคนดูทั้งประเทศ
23 กรกฎาคม 2542
พลิกตำนานความตายมิอาจมลาย
หัวใจรักแห่ง “นางนาก”
ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่
ถล่มทุกสถิติความแรง ด้วยรายได้ถึง 150 ล้านบาท
28 กันยายน 2544
แหวกม่านปรารถนา ตัณหา และความลุ่มหลง
“จันดารา”
วังวนแห่งโลกีย์ ที่ถูกโจษขานกันมากที่สุดแห่งปี
12 กรกฎาคม 2545
นำความหลอนระทึกผ่านมิติกรรม
ซ้ำคำสาปแช่งตราบชั่วโคตร
“อารมณ์ อาถรรพณ์ อาฆาต”
เปิดศักราชความยิ่งใหญ่ของภาพยนตร์ไทยสู่ตลาดเอเชีย
26 ธันวาคม 2546
ส่งผ่านมิตรภาพ
การเรียนรู้ชีวิตอันเรียบง่าย สู่ทุกหัวใจคนไทย
“โอเคเบตง”
ภาพยนตร์ไทยอบอุ่นใจที่สุดแห่งปี
12 สิงหาคม 2551
พลิกฟ้าสะเทือนพสุธา สยบห้วงนที
ด้วยอภิมหากาพย์สงครามแห่งคาบสมุทร
“ปืนใหญ่จอมสลัด” (Queens
of Langkasuka)
อภิมหาภาพยนตร์สุดอลังการ
ที่จะสร้างปรากฏการณ์เหนือจินตนาการในทุกความทรงจำ


|